วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

บริษัทบางกอก สต๊าฟฟิ่ง

บริษัท บางกอกสต๊าฟฟิ่ง จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยการรวมกลุ่มของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ มากกว่า 5 ปี เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการงานบริหารระบบธุรกิจทรัพยากรมนุษย์(HR BPO) โดยเฉพาะ บริการรับเหมาแรงงานโดยมีเครือข่ายการสรรหาแรงงานทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

บริษัท บางกอกสต๊าฟฟิ่ง จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับและรักษามาตราฐานการบริการเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า และ ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจบริการงานบริหารระบบธุรกิจทรัพยากรมนุษย์ แบบครบวงจร

วิสัยทัศน์

มุ่งมั่นการเป็นผู้ให้บริการงานบริหารระบบธุรกิจทรัพยากร มนุษย์แบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย

พันธกิจ

- ให้บริการงานบริหารระบบธุรกิจทรัพยากรมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้บริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด และรวดเร็ว
- ปรับปรุงประสิทธิภาพให้บริการ และการบริหารเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ให้สามารถแข่งขันได้ตลอดเวลา
- บางกอก สต๊าฟฟิ่ง สรรหา สร้าง และรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ ให้โอกาสเติบโตก้าวหน้า และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่เป็นธรรม

บางกอกสต๊าฟฟิ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

นักศึกษาจบใหม่ ทำงานอย่างไรชนะใจนายจ้าง

ในสภาวะที่เศรษฐกิจยังทรงตัวในขณะนี้ และเหตุการณ์บ้านเมืองยังคลุมเครือ ไม่เพียงแต่จะสร้างความกดดันให้กับผู้ประกอบการในหลาย ๆ บริษัทเท่านั้น ยังสร้างความวิตกกังวลให้กับเหล่านักศึกษาจบใหม่ซึ่งจบการศึกษาออกมาเป็น จำนวนมหาศาลในแต่ละปี และดูเหมือนว่าคนที่ได้เปรียบที่สุดในการหางาน คือคนที่พร้อมที่สุดที่จะเข้าตานายจ้าง เรามาดูกันว่าทักษะที่นักศึกษาจบใหม่ทั้งหลายควรจะมีในการทำ งาน ได้แก่อะไรกันบ้าง



1. ทำงานเป็นทีมได้

การที่เราสามารถทำ งานเป็นทีมได้ ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการที่เราอยากมีส่วนร่วม และต้องการที่จะให้งานรุดหน้าไปได้ด้วยความร่วมมือของเรา

2. ทำงานที่เราไม่ชอบบ้าง

บางครั้งเราก็อาจจะต้องทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือไม่เคยทำบ้าง เพราะนั่นอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยพิสูจน์ให้ตัวคุณเองได้ค้นพบว่าคุณเอง ก็สามารถทำอย่างอื่นได้ และอาจจะทำได้ดีกว่าสิ่งที่คุณเคยทำอยู่แล้วก็เป็นได้ เป็นการทำให้นายจ้างเห็นว่าตัวคุณมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้งานใหม่ ได้

3. สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้

การสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเข้าใจกัน ระหว่างบุคคล โดยเฉพาะเมื่อต้องติดต่อพูดคุยกันในที่ทำงานด้วยแล้ว คุณต้องมั่นใจคุณสามารถสื่อสารให้เพื่อนร่วมงานของคุณเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด ได้โดยไม่ผิดพลาด เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในการทำงาน

4. สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการทำงาน แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ทำงานกับบริษัทต่างประเทศ แต่ถ้าคุณสามารถพูดภาษาอังกฤษ (ได้ดี) คุณก็ได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่มีทักษะด้านนี้

5. มีความรับผิดชอบ

คุณสมบัติที่คุณควรจะมี คือ การมีความรับผิดชอบในการทำงาน ยอมรับเมื่อทำผิดพลาด แน่นอนว่าคุณควรจะมองเห็นความผิดของตัวเองเป็นคนแรก มากกว่าจะมองหาความผิดของคนอื่น เพราะการมองเห็นความผิดของตนเองและรีบหาทางแก้ไขในทันทีจะทำให้คุณถูกมองว่า คุณเองก็เป็นคนที่มีคุณภาพคนหนึ่ง

6. รับฟังความเห็นของคนอื่น

การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์มีเสียง อะไรเลยในที่ทำงาน แต่คุณควรจะฟังให้เข้าใจเสียก่อนว่าจุดประสงค์หลักที่เพื่อนร่วมงานของคุณ ต้องการเสนอคืออะไร ถ้าคุณไม่เห็นด้วยคุณก็น่าจะเสนอความคิดเห็นของคุณให้คนในทีมเข้าใจ การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และยอมรับกันมากขึ้น

7. ไม่เป็นนักแชทในที่ทำงาน

หลายคนมักจะติดโปรแกรมแชทอย่าง MSN หรือ Social Network เป็นอย่างมาก แต่ต้องไม่ลืมว่านายจ้างของคุณนั้นต้องการให้คุณเป็นพนักงานที่ทุ่มเทเวลา ส่วนใหญ่ให้กับการทำงาน แทนที่จะต้องมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณถูกมองว่าเป็นพนักงานที่ไม่น่าคาดหวัง

คุณควรสร้างคุณค่าของตัวคุณให้ปรากฎ เพื่อให้นายจ้างรู้สึกว่าเขาคิดถูกแล้วที่เลือกคุณเข้ามาทำงาน ไม่ใช่ว่าเมื่อไหร่จะเลิกจ้างคุณได้เสียที นั่นไม่ใช่หนทางที่มั่นคงสำหรับการมีงานทำของนักศึกษาจบใหม่เลย

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

หนทางสู่ความสำเร็จในการหางาน

ไม่มีใครนิยมชมชอบความล้มเหลวสักราย นอกจากหมดอาลัยตายอยากจริงๆ ทว่าเพิ่งขึ้นต้นเถลิงศกใหม่ทั้งที จะห่อเหี่ยวใจไปทำไม หากตกงานก็ให้มองในแง่ดีที่ว่า อีกไม่นานเราจะได้งานทำ ตั้งมั่นอย่างนี้ สักวันจะสมความปรารถนา อย่างในเรื่อง The Winner's Guide to Success ผู้ชนะแนะวิธีสู่ความสำเร็จ ในนิตยสาร รีเดอร์'ส ไดเจ็ท อย่านึกนะว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จกันง่ายๆ ทำความดียากกว่าสร้างความเลวซะอีก คนดีๆ จึงอยู่ในสังคมลำบากกว่า ไมเคิล เจฟฟรีย์ อารัมภบทในเชิงถามว่า รู้ไหม คนที่ประสบความสำเร็จคิดอย่างไร? หรืออะไรเป็นแรงผลักดันพวกเขา? ดังนั้นเพื่อที่จะได้คำตอบเหล่านี้ หนุ่มเจฟฟรีย์ จึงดิ้นรนไปสอบถามความคิดเห็น จากตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ ในหลายสาขาอาชีพ แล้วแรงจูงใจต่างๆ ในการเปลี่ยนงานให้เข้ากับลักษณะการทำงาน และนิสัยการทำงาน 8 ประการดังนี้

1. บอกกับตัวเองว่า อนาคตขึ้นอยู่กับความคิด และการกระทำของคุณเอง ไม่ต้องไปรอให้ชะตาหรือฟ้ากำหนดลิขิตชีวิต และยิ่งจะดีขึ้นอีก ถ้าไม่ต้องไปฟังใคร โดยเฉพาะพวกที่ชอบดูถูกดูหมิ่นว่า ไม่มีทางทำอย่างนี้ได้หรืออย่างนั้นได้ ใครจะไปรู้จักเราจริง พวกนี้มีปากก็พูดได้ทุกอย่าง แต่ไม่จริงเสมอไปจำไว้เลย เว้นแต่ใจของคนฟังไม่เข้มแข็งพอ คุณก็จะเป็นอย่างที่เขาบอก แย่หน่อย หากต้องทนกดดันอยู่ในสถานที่มืดมนแห่งนั้นด้วยเพียงแค่ กลัวความเปลี่ยนแปลง

2. วางเป้าหมายให้ชีวิต เช่น จะทำงานอะไร หรือมีชีวิตคู่อย่างไร ใช้สติกำหนดไว้แต่เนิ่นๆ แล้วลองเขียนใส่กระดาษคร่าวๆ ว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต

3. เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ต้องมีการวางแผน ทำอย่างไรถึงจะได้ดั่งใจ ขอเพียงอย่าเขียนแผนมั่วเป็นใช้ได้ แล้วค่อยๆ เดินตามแผนทีละขั้นตอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

4. อย่าจับเสือมือเปล่า หมายถึง ต้องยอมลงทุนบ้าง เพื่อให้ได้ความสำเร็จนั้นมา ยกตัวอย่าง หากอยากเป็นหมอหรืออะไรก็แล้วแต่ ควรลงแรงและลงสมอง ใส่ใจศึกษาหาความรู้ด้วย ถ้าอยู่เฉยๆ จะเอ็นทรานซ์ติดคณะที่เราชอบได้ไง เช่นเดียวกับถ้าไม่พยายามอะไรเลย ไม่ยอมเขียนจดหมายไปสมัครงาน แล้วบริษัทห้างร้านต่างๆ จะรู้ได้อย่างไรว่า มีคุณอยู่ในโลกหรือจะติดต่อกับคุณอย่างไร เพราะโดยทั่วไปมีเพียง 60% จากบริษัททั่วโลก ที่มีการลงประกาศสมัครงานกับเว็บสมัครงานทั้งหลาย แต่คุณรู้หรือไม่ เว็บสมัครงานไม่ใช่เป็นคำตอบของทุกคำถามสำหรับคุณ ลองเดินหา หรือเปลี่ยนเว็บที่เคยๆ ใช้บริการดูซักหน่อยก็ดี

5. ทำสิ่งใดก็ควรรู้จริงในสิ่งนั้น อย่ารู้แบบเป็ด เพราะคนที่คู่ควรกับความสำเร็จ ต้องฝึกฝนจนมีทักษะสุดยอดในงานที่ทำถึงจะถูก แต่หากคิดว่ารู้ลึกรู้จริงและสามารถทำได้ ก็จงอย่าปล่อยโอกาสในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเริ่มก้าวเดินก้าวแรก ก้าวที่สองและสาม จะตามมา อย่ากลัวการหกล้ม

6. อย่าท้อถอยง่ายๆ บอกตั้งแต่ต้นแล้วไงว่า ของแบบนี้ทำได้ยาก ต้องเผื่อใจไว้ด้วยหากก้าวผิดพลาด แต่จงลุกขึ้นยืนทุกครั้งที่ล้ม

7. อย่าชักช้า ลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจเสียแต่บัดนี้ หากโอ้เอ้ ความสำเร็จคงอยู่อีกไกล

8. มองหาเว็บสมัครงานใหม่ๆ เพราะเว็บเหล่านี้ ล้วนแต่มีข้อมูลใหม่และงานใหม่ๆ ที่คุณยังไม่เคยเห็นจากที่ไหนๆ อาจโผล่มาตรงหน้าให้คุณคว้าเอาไว้

Job Matching

Job Matching

เป็นระบบการบริการของ หางาน สมัครงาน ในระบบมาตรฐาน สามารถจัดหาคนให้เหมาะกับงาน หรือความต้องการเริ่มต้นของผู้หางานได้อย่างทันทีเมื่อทำการ login เข้าระบบ ด้วยวิธีการง่ายๆ ในการกรอกข้อมูลเพียงไม่กี่บรรทัดในขั้นตอนการสมัครสมาชิก ก่อนการกรอกแบบฟอร์มประวัติส่วนตัวของผู้ที่ต้องการหางาน โดยการฝากประวัติไว้ใน www.superejobs.com ฟรี!!!

ระบบสามารถจำแนกความต้องการได้ถึง 3 ระดับ

อีกทั้งมีความเที่ยงตรง ในการคัดกรองข้อมูลก่อนการตัดสินใจเพื่อเข้าสู่กระบวนการสมัคร และส่งใบสมัครไปยังบริษัทผู้ประกอบการ ในขั้นตอนนี้ มีประโยชน์ในด้านการคัดกรองข้อมูลเบื้องต้น โดยไม่เสียเวลาในการใช้ระบบมากนัก อีกทั้งยังมีการแนะแนวความพร้อมในการใช้เทคนิคการกรอกข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างดียิ่ง